DATA.สิ่งที่เรารู้ → INSIGHT.สิ่งที่เราเข้าใจ → ACTION.สิ่งที่เราลงมือทำ → BETTER TOMORROW.สิ่งที่เราต้องการเห็นในอนาคต
IndiGeniusMore คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง ข้อมูล องค์ความรู้ ภูมิปัญญาชนพื้นเมือง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อผู้คนและผืนถิ่น
เราเชื่อว่า โลกไม่ได้ขาดข้อมูล
แต่สิ่งที่เราต้องการมากกว่านั้นคือ
ความสามารถในการมองเห็นความหมายของข้อมูล
ความเข้าใจที่เชื่อมโยงกับบริบท
และปัญญาที่นำไปสู่การลงมือทำ
ความรู้ยังอยู่ใน
ผืนป่า
สายน้ำ
เมล็ดพันธุ์
ภูเขา
ภาษา
เรื่องเล่า
วิถีชีวิต
ความทรงจำของผู้คน
โดยเฉพาะภูมิปัญญาของชนพื้นเมือง ซึ่งเกิดจากการสังเกต เรียนรู้ ทดลอง และดำรงชีวิตร่วมกับธรรมชาติมาหลายชั่วอายุคน
เราเชื่อว่าภูมิปัญญาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงมรดกจากอดีต
แต่คือ องค์ความรู้ที่สามารถสร้างอนาคตได้
เราเดินทางจาก
ข้อมูลที่ช่วยให้เรา มองเห็น
↓
องค์ความรู้ที่ช่วยให้เรา เข้าใจ
↓
ปัญญาที่ช่วยให้เรา มองเห็นความสัมพันธ์ วิเคราะห์ และเรียนรู้
↓
การลงมือทำที่เปลี่ยนความเข้าใจให้เป็น การเปลี่ยนแปลง
↓
เพื่อสร้าง อนาคตที่ดีกว่า
นี่คือความหมายของคำว่า
DATA • INSIGHT • ACTION • BETTER TOMORROW
ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของ IndiGeniusMore
ผมอยากให้มีส่วนนี้ใน About Us มากครับ เพราะมันจะป้องกันการตีความว่า IndiGeniusMore กำลังเอา AI หรือเทคโนโลยีเข้าไป “แทนที่” ภูมิปัญญาชนพื้นเมือง
เทคโนโลยีมีไว้รับใช้ผืนถิ่น
ความรู้มีไว้รับใช้ผู้คน
และปัญญามีไว้สร้างอนาคตที่เกื้อกูลกัน
เราไม่ได้เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นคำตอบของทุกสิ่ง
แต่เราเชื่อว่า เมื่อเทคโนโลยีเคารพภูมิปัญญา และวิทยาศาสตร์รับฟังประสบการณ์ของผู้คน เราสามารถสร้างความรู้รูปแบบใหม่ที่มีความหมายมากขึ้นได้
เราเริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ
จะเกิดอะไรขึ้น หากเรากลับไปฟังสิ่งที่ผืนถิ่นยังคงจดจำ?
คำตอบอาจอยู่ในข้อมูล
อาจอยู่ในวิทยาศาสตร์
อาจอยู่ในเทคโนโลยี
แต่อาจอยู่ในภูมิปัญญาของผู้คนที่อาศัยอยู่กับผืนถิ่นมาเนิ่นนานด้วย
หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่การสร้างความรู้ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
แต่คือ
การเชื่อมโยงสิ่งที่โลกมีอยู่แล้ว ให้กลับมามองเห็นความหมายของกันและกัน
เราเชื่อว่า ภูมิทัศน์ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เรามองเห็น
แต่คือความสัมพันธ์ระหว่าง
ธรรมชาติ · ผู้คน · วิถีชีวิต · วัฒนธรรม · การใช้ทรัพยากร · และกาลเวลา
เมื่อเรามองภูมิทัศน์ในความหมายนี้ เราจะพบว่าในทุกผืนถิ่นมีความรู้ซ่อนอยู่
และในภูมิทัศน์ของชนพื้นเมือง ความรู้เหล่านั้นได้ถูกสั่งสมผ่านประสบการณ์ของผู้คนและชุมชนมาอย่างยาวนาน
เราจึงพัฒนาแนวคิด Indigenous Landscape Intelligence
เพื่อเชื่อมโยง Indigenous Wisdom + Community Knowledge + Data + Science + Digital Technology + AI เข้าด้วยกัน
ไม่ใช่เพื่อแทนที่ภูมิปัญญาดั้งเดิม
แต่เพื่อ ทำให้ภูมิปัญญาถูกมองเห็น เชื่อมโยง เรียนรู้ และนำไปใช้ได้มากขึ้น
IndiGeniusMore มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมใน 4 ด้านสำคัญ
สร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลภูมิทัศน์
Community GIS · Data · Remote Sensing · Sensors · Digital Landscape
เพื่อให้ชุมชนสามารถมองเห็นและเข้าใจพื้นที่ของตนเองผ่านข้อมูล
รวบรวมและเชื่อมโยงภูมิปัญญาชนพื้นเมือง
Indigenous Knowledge · Traditional Ecological Knowledge · Culture · Language · Biocultural Knowledge
เพื่อรักษาความรู้ที่มีชีวิตและทำให้สามารถเรียนรู้ร่วมกับวิทยาศาสตร์ได้
วิเคราะห์ข้อมูลและองค์ความรู้ด้วย
Landscape Analytics · AI · Modeling · Scenario Planning · Decision Intelligence
เพื่อทำให้เราเข้าใจว่า
เกิดอะไรขึ้น · ทำไมจึงเกิด · และอนาคตอาจเป็นอย่างไร
เปลี่ยนความรู้ให้เกิดการลงมือทำ
Regenerative Agriculture · Landscape Restoration · Community Innovation · Policy · Nature Finance
เพื่อให้ความรู้สร้างผลลัพธ์จริงต่อผู้คนและภูมิทัศน์
เราเริ่มต้นจากการมองเห็นความสำคัญของ ภูมิทัศน์ลุ่มน้ำแม่แปะ ในฐานะพื้นที่ที่ธรรมชาติ ผู้คน กสิกรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาชนพื้นเมืองเชื่อมโยงกัน
พื้นที่แห่งนี้จะเป็น Living Landscape Laboratory
หรือ
“ห้องปฏิบัติการภูมิทัศน์ที่มีชีวิต”
ที่ซึ่งชุมชน นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสามารถเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ร่วมกันจากพื้นที่จริง
จากการเรียนรู้ในพื้นที่ต้นแบบ เรามุ่งสู่การเชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ชนพื้นเมืองในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย
และในระยะยาว
ศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างปัญญาร่วมด้านภูมิทัศน์ชนพื้นเมืองระดับประเทศ
It is about turning what we know into what we can become.